โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะแกกรัง
หมวดที่ 4 : การจัดระบบบริการครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มวัย

      จัดให้มีระบบงานและกระบวนการบริการปฐมภูมิที่ครอบคลุมการบริการที่สร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งจัดให้มีกระบวน การสนับสนุน การให้บริการดังกล่าวเพื่อให้บรรลุผลและครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มวัย


4.1 การจัดบริการตามสภาพปัญหาสำคัญของพื้นที่ (OTOP) (5)  ( 4.5 คะแนน)

4.1 การจัดบริการตามสภาพปัญหาสำคัญของพื้นที่ (OTOP)  ( 4.5 คะแนน)


OTOP เรื่อง
การจัดบริการตามสภาพปัญหาสำคัญของพื้นที่ หมายถึง การจัดบริการที่สอดคล้องกับประเด็น OTOP
ประเมินจาก

  เอกสารที่เกี่ยวข้อง (แบบประเมินภาคผนวก, เอกสารการส่งต่อ, ทะเบียนส่งต่อ, การสื่อสารระบบอื่น ๆ เช่น Line)
สอบถาม/สัมภาษณ์

การประเมิน

ไม่มีการดำเนินงานทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 0 คะแนน
มีการดำเนินงานแต่ไม่ครบทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 0.5 คะแนน
มีการดำเนินงานครบทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 1 คะแนน
1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)


4.2 การจัดบริการในสถานบริการ (30)  ( 30 คะแนน)

การให้บริการในสถานบริการ หมายถึง การให้บริการในสถานบริการ หมายถึง การจัดบริการภายในหน่วยบริการที่จัดไว้สำหรับให้บริการผู้ป่วย/ผู้รับบริการ

ประเมินจาก

  เอกสารที่เกี่ยวข้อง (แบบประเมินภาคผนวก, เอกสารการส่งต่อ, ทะเบียนส่งต่อ, การสื่อสารระบบอื่น ๆ เช่น Line)
สอบถาม/สัมภาษณ์

การประเมิน

ไม่มีการดำเนินงานทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 0 คะแนน
มีการดำเนินงานแต่ไม่ครบทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 0.5 คะแนน
มีการดำเนินงานครบทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 1 คะแนน

 

1. OPD  ( 5 คะแนน)

การตรวจรักษาโรคเบื้องต้น (รายโรคตามบริบทของพื้นที่)

*CPG OPD ประกอบด้วย โรคที่เป็นปัญหาสำคัญของ CUP อย่างน้อย 5 โรค

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

2. ER  ( 5 คะแนน)

การวินิจฉัย รักษาและทำหัตถการเบื้องต้น ได้แก่ ฉีดยา ทำแผล เย็บแผล รวมถึงมีแนวทางการวินิจฉัย รักษาเบื้องต้น และการส่งต่อ Stroke, STEMI, Sepsis, Head injury, Hypoglycemia, Hyperglycemia
การช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น BLS
การใช้ยาช่วยชีวิตฉุกเฉิน (จำนวนรายการยาตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิ)

ยาช่วยชีวิตฉุกเฉิน   มีดังนี้
1. Adrenaline injection 1:1000
2. Steroid injiection เช่น Dexamethazone inj. หรือ Hydrocortisone inj.
3. Chlorpheniramine injection
4. 50% Glucose injection
5. ยาอมใต้ลิ้นเพื่อขยายหลอดเลือดหัวใจ

CPG ER ประกอบด้วย
Stroke, STEMI, Sepsis, Head injury, Hypoglycemia, Hyperglycemia
การช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้น
การใช้ยาช่วยชีวิตฉุกเฉิน

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

3. ANC  ( 5 คะแนน)

ฝากครรภ์กลุ่มปกติตามเกณฑ์ ANC
คัดกรองหญิงตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงและส่งต่อตามระบบหรือตามบริบทของการจัดบริการแบบเครือข่าย

*CPG ANC   ประกอบด้วย
1. การฝากครรภ์ปกติ
2. การฝากครรภ์กลุ่มเสี่ยงและการส่งต่อ

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

4. WCC  ( 5 คะแนน)

ให้วัคซีนตามเกณฑ์
ตรวจสุขภาพตามเกณฑ์
ตรวจประเมินพัฒนาการตามวัย
ส่งต่อกลุ่มสงสัยล่าช้าหรือตามบริบทของการจัดบริการแบบเครือข่าย

*CPG WCC   ประกอบด้วย
1. การตรวจประเมินพัฒนาการตามวัย
2. การส่งต่อกลุ่มสงสัยล่าช้า

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

5. NCD (DM, HT, Stroke, CKD)  ( 5 คะแนน)

การคัดกรองหาผู้ป่วยรายใหม่
การรักษาต่อเนื่อง (รับยาต่อเนื่อง)
การป้องกันภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยหรือตามบริบทของการจัดบริการแบบเครือข่าย

*CPG NCD   ประกอบด้วย
การดูแลและการส่งต่อในกลุ่มผู้ป่วย DM, HT, Stroke, CKD

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

6. งานบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ  ( 5 คะแนน)

ให้การปรึกษาด้านสุขภาพทุกกลุ่มวัย เช่น ปัญหาสุขภาพทั่วไป/สุขภาพจิต/การวางแผนครอบครัว/โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์/ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม/OSCC หรือตามบริบทของการจัดบริการแบบเครือข่าย โดยบุคลากรทุกวิชาชีพใน รพ.สต.

*CPG NCD   ประกอบด้วย
การดูแลและการส่งต่อในกลุ่มผู้ป่วย DM, HT, Stroke, CKD

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

4.3 การจัดบริการทันตสาธารณสุข/ทันตกรรม (5)  ( 4 คะแนน)


การส่งเสริมทันตสุขภาพตามกลุ่มวัย
การรักษาขูด อุด ถอน หรือตามบริบทของการจัดบริการแบบเครือข่าย

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)


4.4 การจัดบริการแพทย์แผนไทย/กายภาพบำบัด (10)  ( 8 คะแนน)


 

1. การจัดบริการแพทย์แผนไทย  ( 4 คะแนน)

จ่ายยา 10 รายการ ตามเกณฑ์โรงพยาบาลส่งเสริมและสนับสนุนการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (รพ.สส.พท) โดยเจ้าหน้าที่ผู้สั่งการรักษา
บริการนวดไทย โดยผู้ช่วยแพทย์แผนไทย (330 ชม.) ภายใต้ผู้สั่งการรักษาหรือผู้ประกอบวิชาชีพนวดไทย/เวชกรรมไทย แพทย์แผนไทยหรือตามบริบทของการจัดบริการแบบเครือข่าย

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

2. การจัดบริการกายภาพบำบัด  ( 4 คะแนน)

มีนักกายภาพออกมาปฏิบัติงานตามบริบทของพื้นที่

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)
4.5 การจัดบริการในชุมชน (5)  ( 10 คะแนน)


การให้บริการในชุมชน หมายถึง บริการที่จัดไว้ให้บริการกับผู้ป่วย ผู้รับบริการ และชุมชน โดยออกไปให้บริการในชุมชน

ประเมินจาก

  เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สอบถาม/สัมภาษณ์ ตามรอยกระบวนการให้บริการแก่ผู้ป่วย ผู้รับบริการในชุมชน

การประเมิน

ไม่มีการดำเนินงานทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 0 คะแนน
มีการดำเนินงานแต่ไม่ครบทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 0.5 คะแนน
มีการดำเนินงานครบทุกข้อในแต่ละประเด็นได้ 1 คะแนน

 

1. COC : LTC  ( 5 คะแนน)

(4 กลุ่มเป้าหมาย : ผู้สูงอายุติดเตียง, ผู้พิการที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ, เด็กพัฒนาการล่าช้า, Palliative care)
การเยี่ยมบ้านตามหลักเวชศาสตร์ครอบครัว และฟื้นฟูสภาพในชุมชน โดยทีมสหวิชาชีพ/Care giver/อสม. ตามบริบทของพื้นที่

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

 

2. SRRT  ( 5 คะแนน)

มีระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมและสอบสวนโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ และโรคอุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ

1. มีช่องทางการเข้าถึงบริการเชิงรุก เชิงรับ
1.1 ช่องทางการสื่อสาร การจัดบริการระบบให้คำปรึกษา (โทรศัพท์,Line,สื่อประชาสัมพันธ์)
1.2 โครงสร้างหน้าที่ความรับผิดชอบ
1.3 ตารางปฏิบัติงาน ตารางการให้บริการระบบจัดคิว
2. ระบบบริการ
2.1 มี CPG รายบริการที่สนับสนุนจากแม่ข่าย (ไม่เกิน 5 ปี)
2.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ CPG ในการให้บริการได้
3. เครื่องมือบริการ
3.1 มีเครื่องมือที่พร้อมใช้ สอดคล้องกับการบริการ (การบำรุงรักษา สอบเทียบ)
3.2 บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้เครื่องมือในการให้บริการได้
4. มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
4.1 มีระบบส่งต่อ-รับกลับ
5. การบันทึกข้อมูล
5.1 การบันทึกข้อมูลที่ให้บริการในเวชระเบียน (เอกสาร หรือ File)
5.2 การบันทึก Family Folder ครบถ้วน สมบูรณ์ตามมาตรฐาน (เอกสาร หรือ File)

4.6 การจัดบริการเภสัชกรรม RDU และงานคุ้มครองผู้บริโภค (80)  ( 78 คะแนน)


 

4.6.1. การจัดบริการเภสัชกรรม RDU (63)  ( 61 คะแนน)

 

1. การบริหารจัดการระบบยา  ( 3 คะแนน)

บริหารจัดการระบบยา โดยการมีส่วนร่วมของเภสัชกร รพ.แม่ข่าย กับ รพ.สต.

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

คำสั่งคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดฯ ระดับอำเภอ
แผนการปฏิบัติงาน
สมุดเยี่ยม หรือผลการปฏิบัติงาน หรือเอกสารอื่นๆ
คู่มือ/สื่อการใช้ยาใน รพ.สต.
1) มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัดในการจัดการระบบยาระดับอำเภอ
2) มีแผนปฏิบัติการ และปฏิบัติงานจริงตามแผน อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
3) มีการสนับสนุนวิชาการจากเภสัชกร รพ.แม่ข่าย ได้แก่ การจัดอบรมวิชาการ, คู่มือ/สื่อการใช้ยาใน รพ.สต.

 

2. การคัดเลือก การส่งมอบยาที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ  ( 9 คะแนน)

 

2.1 มียาใช้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

บัญชีรายการยา รพ.สต.
ตรวจสอบ Emergency box และมียาช่วยชีวิต 5 รายการ
คู่มือการใช้ยาช่วยชีวิต
หนังสือขออนุมัติยา NED
หลักเกณฑ์หรือขอบเขตในการสั่งใช้ยาที่สอดคล้องกับศักยภาพผู้สั่งใช้ยา
1) มีบัญชีรายการยา รพ.สต.
2) มียาช่วยชีวิตใน รพ.สต. และคู่มือการใช้ยาช่วยชีวิต
3) ไม่มีรายการยา NED หรือมี แต่ได้รับการอนุมัติจากผู้ตรวจราชการฯ หรืออยู่ระหว่างการขออนุมัติ (แจ้ง สสจ.แล้ว)
4) มีหลักเกณฑ์หรือขอบเขตในการสั่งใช้ยาที่สอดคล้องกับศักยภาพผู้สั่งใช้ยา

 

2.2 มีการเฝ้าระวังการใช้ยาเพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาในกลุ่มผู้ป่วยแพ้ยาและผู้ป่วยที่ใช้ยาเสี่ยงสูง เช่น warfarin
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ฐานข้อมูลผู้ป่วยแพ้ยาและผู้ป่วยที่ใช้ยาเสี่ยงสูง เช่น warfarin ในคอมพิวเตอร์ หรือ ไฟล์ข้อมูล
Family Folder
แนวทางการส่งต่อผู้ป่วยกรณีแพ้ยา
1) มีฐานข้อมูลผู้ป่วยแพ้ยา
2) มีฐานข้อมูลผู้ป่วยที่ใช้ยาเสี่ยงสูง เช่น warfarin
3) มีการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยแพ้ยาโดยการติดสติ๊กเกอร์ใน Family Folder หรือวิธีการอื่นใด
4) มีการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยที่ใช้ยาเสี่ยงสูง โดยการติดสติ๊กเกอร์ใน Family Folder หรือวิธีการอื่นใด
5) มีแนวทางหรือการออกบัตรแพ้ยาเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วยไปประเมินแพ้ยาต่อที่โรงพยาบาลโดยเภสัชกร

 

3. คลังยาและเวชภัณฑ์  ( 31 คะแนน)

 

3.1 มีสถานที่จัดเก็บยาและเวชภัณฑ์ตามมาตรฐาน และจัดเก็บอย่างเหมาะสม
มาตรฐานคลังยากำหนดไว้ เป้าหมายคือ ความปลอดภัย ป้องกันการสูญหาย
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ประตูมีกุญแจล็อค 2 ชั้น
คำสั่งหรือบันทึกมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ถือกุญแจคนละดอก
แนวทางการเปิด-ปิด คลังยาตามบริบทของ รพ.สต.
1) ประตูมีกุญแจล็อค 2 ชั้น
2) มีแนวทางการเปิด/ปิด คลังยาชัดเจน
3) ไม่พบยาและเวชภัณฑ์วางบนพื้นโดยตรง
4) มีการแยกประเภทยา เวชภัณฑ์ยา วัสดุชัดเจน

 

3.2 มีการควบคุมสถานที่เก็บยาและเวชภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ไม่มีกลิ่นอับชื้น ยาไม่ถูกแสงแดด
เครื่องวัดอุณหภูมิ และความชื้น
แบบบันทึกอุณหภูมิ และความชื้น
กรณีไม่ได้จัดให้มีคลังยา (มีการสำรองยาไม่เกิน 2 สัปดาห์) ให้ตามรอยคะแนนประเมินจากคลังยาที่เป็น จุดจ่ายยาให้กับ รพ.สต.นั้นๆ
1) มีการบันทึกอุณหภูมิและความชื้น
2) บันทึกอุณหภูมิและความชื้นเป็นปัจจุบัน
3) ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (อุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเซลเซีนส และความชื้นไม่เกิน 70%)
4) คลังยาสามารถป้องกันสัตว์และแมลงได้

 

3.3 การควบคุมและการเบิกจ่ายเวชภัณฑ์เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มี รบ.301/Stock card ครอบคลุมยา เวชภัณฑ์ยา วัสดุการแพทย์ และวัสดุวิทยาศาสตร์
สุ่ม รบ.301/Stock card และตรวจนับยาในคลัง 10 รายการ
รบ.301 หรือ Stock card รพ.สต. ข้อมูล จำนวนรับและวันที่รับยาต้องสอดคล้องกับข้อมูลใบเบิกยาจาก รพ. ที่รับยาเข้าคลัง รพ.สต.
สุ่มใบเบิกยาจากคลังยา รพ.สต.ไปยังจุดจ่ายและสอดคล้องกับ รบ.301
กรณีไม่ได้จัดให้มีคลังยา ให้สุ่มตามรอยเอกสารการรับยา เอกสารการจ่ายยา เทียบยาคงเหลือใน รพ.สต.ตามบริบทของ รพ.สต.นั้นๆ
1) สุ่ม Stock card นับยา 10 รายการ ตรงทุกรายการ
2) มีใบเบิกยาจากคลังยา รพ. และมีการลงนามครบถ้วน (ผู้เบิก ผู้จ่าย ผู้รับ ผู้อนุมัติ)
3) ใบเบิกยาจากคลังยาของ รพ. สอดคล้องกับ stock card
4) มีใบเบิกยาจากคลังยา รพ.สต.ไปยังจุดจ่ายและมีการลงนามครบถ้วน
5) ใบเบิกยาจากคลังยา รพ.สต.สอดคล้องกับ Stock card

 

3.4 การสำรองยาและเวชภัณฑ์เพียงพอ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สุ่ม รบ.301/Stock card และตรวจนับยาในคลัง 10 รายการ หรือจุดจ่ายยา
1) ไม่มียาขาด Stock ในคลังยาหรือจุดจ่ายยา

 

3.5 มีการควบคุมสถานที่เก็บยาและเวชภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐาน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สุ่มดูวันหมดอายุ และลักษณะภายนอกของยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา (โดยสุ่มทั้งหมด 10 รายการ เป็นยา 7 รายการ และเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา 3 รายการ)
1) ไม่พบยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาเสื่อมสภาพ หรือหมดอายุ
2) ระบุวันเปิด วันหมดอายุของยา multiple dose และยา prepack
3) มีการจัดเรียงยาแบบ First expire First use

 

3.6 ตู้เย็นเก็บยาตามมาตรฐาน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจสอบจาก เทอร์โมมิเตอร์ในตู้เย็น
บันทึกการวัดอุณหภูมิตู้เย็น และช่องแช่แข็ง
1) อุณหภูมิขณะตรวจ 2-8 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิช่องแช่แข็ง อยู่ระหว่าง -15 ถึง -25 องศาเซลเซียส (เฉพาะตู้เย็นเก็บวัคซีน)
2) การจัดเก็บยาเป็นไปตามหลักวิชาการ
3) บันทึกอุณหภูมิสม่ำเสมอ เป็นปัจจุบัน
4) เทอร์โมมิเตอร์ได้มาตรฐาน มีสติ๊กเกอร์รับรองผ่านการสอบเทียบ และไม่หมดอายุ
5) เก็บยาและวัคซีนเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกันและเป็นระเบียบเรียบร้อย
6) ไม่่มีอาหารและเครื่องดื่ม
7) ฝาตู้เย็นมีขวดน้ำสีหรือเติมเกลือ หรือปิดโฟมเพื่อควบคุมอุณหภูมิ

 

3.7 ตู้เย็นเก็บวัคซีนตามมาตรฐาน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจสอบจาก เทอร์โมมิเตอร์ในตู้เย็น
บันทึกการวัดอุณหภูมิตู้เย็น และช่องแช่แข็ง
1) อุณหภูมิขณะตรวจ 2-8 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิช่องแช่แข็ง อยู่ระหว่าง -15 ถึง -25 องศาเซลเซียส (เฉพาะตู้เย็นเก็บวัคซีน)
2) การจัดเก็บยาเป็นไปตามหลักวิชาการ
3) บันทึกอุณหภูมิสม่ำเสมอ เป็นปัจจุบัน
4) เทอร์โมมิเตอร์ได้มาตรฐาน มีสติ๊กเกอร์รับรองผ่านการสอบเทียบ และไม่หมดอายุ
5) เก็บยาและวัคซีนเป็นสัดส่วนไม่ปะปนกันและเป็นระเบียบเรียบร้อย
6) ไม่่มีอาหารและเครื่องดื่ม
7) ฝาตู้เย็นมีขวดน้ำสีหรือเติมเกลือ หรือปิดโฟมเพื่อควบคุมอุณหภูมิ

 

4. การใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีความสมเหตุผล  ( 18 คะแนน)

 

4.1 มีการส่งมอบยาให้ผู้ป่วยอย่างถูกต้องและเหมาะสม
มีการส่งมอบยาให้ผู้ป่วยอย่างถูกต้องและเหมาะสม และมีการเฝ้าระวังการเกิดอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Error) เพื่อส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้มารับบริการ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ซองยา, ฉลากยา
สาธิตการจ่ายยาให้ดู
บันทึกอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Error)
มีแนวทางป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาใน รพ.สต.
1) มีการส่งมอบยาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน
2) ยาที่ส่งมอบมีข้อมูลครบถ้วน ระบุสถานที่บริการ ชื่อผู้ป่วย วันที่จ่ายยา ชื่อยา วิธีใช้ ข้อควรระวังในการใช้ยา
3) มีการบันทึกอุบัติการณ์ความคลาดเคลื่อนทางยา (Medication Error)
4) มีแนวทางป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาใน รพ.สต.

 

4.2 มีการจัดทำเครื่องมือเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
มีการจัดทำเครื่องมือเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับยาถูกต้อง ปลอดภัย
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ฉลากยาเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
ฉลากช่วย เช่น การใช้ยาหยอดตา การใช้ยาเหน็บ การผสมยาผงแห้ง
สื่อส่งเสริมการใช้ยาที่สอดคล้องกับ OTOP
มีแนวทางป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาใน รพ.สต.
1) ฉลากยาเป็นไปตามมาตรฐาน
2) มีฉลากเพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ได้แก่ มีฉลากยาภาษาไทย และมีฉลากยาเสริม
3) มีฉลากช่วยในการใช้ยา
4) มีสื่อส่งเสริมการใช้ยาที่ปลอดภัย

 

4.3 มีการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สอบถาม สังเกต ดูเอกสาร
แนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
มีแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคท้องร่วงเฉียบพลัน
มีแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
แนวทางการใช้ยาในกลุ่มโรค NCD
ข้อมูลร้อยละการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ, ท้องร่วงเฉียบพลันจากโปรแกรม HDC/ฐานข้อมูล 43 แฟ้ม
1) มีแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
2) มีแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคท้องร่วงเฉียบพลัน
3) มีแนวทางการใช้ยาปฏิชีวนะในบาดแผลสดจากอุบัติเหตุ
4) ร้อยละของการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ไม่เกินร้อยละ 20
5) ร้อยละของการใช้ยาปฏิชีวนะในโรคท้องร่วงเฉียบพลัน ไม่เกินร้อยละ 20
6) มีแนวทางการใช้ยาในกลุ่มโรค NCD
7) มีแนวทางการเฝ้าระวังการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร
8) มีแนวทางการเฝ้าระวังการใช้ยาในผู้ป่วยไตเรื้อรัง ระดับ 3 ขึ้นไป กับการใช้ยา NSAIDs
9) มีแนวทางการเฝ้าระวังการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ซ้ำซ้อน

 

4.4 มีการติดตามการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่บ้าน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการติดตามการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพโรคเรื้อรังของผู้ป่วย
มีการติดตามเยี่ยมหรือการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์หรือทางไลน์ และแนะนำการใช้ยาโรคเรื้อรังและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อเนื่งอที่บ้านโดยเภสัชกร
สื่อส่งเสริมการใช้ยาที่สอดคล้องกับ OTOP
มีแนวทางป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยาใน รพ.สต.
1) มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการติดตามการใช้ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพโรคเรื้อรังของผู้ป่วย
2) มีการติดตามเยี่ยมหรือการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์หรือทางไลน์ และแนะนำการใช้ยาโรคเรื้อรัง และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่อเนื่องที่บ้านโดยเภสัชกร
3) มีการบันทึกข้อมูลการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยใน Family Folder หรือวิธีการอื่นใด

 

4.6.2. งานคุัมครองผู้บริโภค (17)  ( 17 คะแนน)

 

1.1 การบริหารจัดการงานคุ้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ
การบริหารจัดการงานคุั้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ โดยการมีส่วนร่วมของเภสัชกร รพ.แม่ข่าย ร่วมกับ รพ.สต.
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ
มีแผนการปฏิบัติงาน
สมุดเยี่ยม หรือผลปฏิบัติงาน หรือเอกสารอื่นๆ
1) มีคณะทำงานคุ้มครองผู้บริโภคระดับอำเภอ
2) มีแผนการปฏิบัติงานและแผนดำเนินการ มีการออกปฏิบัติงานจริง
3) มีการวางแผนขับเคลื่อนงาน คบส. โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
4) มีการติดตามประเมินผล และการคืนข้อมูลงาน คบส. ให้คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ

 

1.2 มีการตรวจสอบเฝ้าระวังอาหาร
มีการดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังอาหารสด อาหารแปรรูป ในร้านค้า ร้านชำ ตลาดนัด รถขายอาหารสด
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สรุปผลการดำเนินงาน/บันทึกการดำเนินงาน
1) มีการดำเนินการตรวจสอบ เฝ้าระวังอาหารสด อาหารแปรรูป โดยชุดทดสอบอย่างง่าย
2) ให้ความรู้หรือคำแนะนำกับผู้ประกอบการร้านค้า ร้านชำ รถขายอาหารสด
3) มีการแก้ไขปัญหาอย่างน้อย 1 ประเด็นปัญหา เช่น ตรวจสอบเชิงรุก, ทำประชาคมแก้ไขปัญหา, จัดโครงการอบรม
4) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย เช่น อสม., ผู้ประกอบการ, ครู/นักเรียน, อย.น้อย

 

1.3 ไม่พบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย
ร้านค้า/ร้านชำ และบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ไม่พบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สุ่มตรวจอาหาร และขนมตามแบบบันทึกการสุ่มตรวจร้านค้า แนบท้าย
สุ่มเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ยากุล่มเสี่ยง ได้แก่ Steroid (ยกเว้นแพทย์สั่ง), Antibiotic เหลือใช้
1) ไม่พบผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย ทั้งร้านค้า/ร้านชำ
2) ไม่พบยากลุ่มเสี่ยงที่บ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
3) ไม่พบผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายที่บ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

 

1.4 ผู้จำหน่ายในร้านค้า/ร้านชำ มีองค์ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ฑ์สุขภาพ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ผู้จำหน่ายร้านค้า มีความรู้เกี่ยวกับฉลากอาหาร
1) ดู อย.
2) ดูวันผลิต/วันหมดอายุ
3) ทราบตัวอย่างรายการยาที่ห้ามขายในร้านค้า, เครื่องสำอางที่ห้ามจำหน่าย, อาหารที่ห้ามจำหน่าย
ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความรู้เกี่ยวกับยากลุ่มเสี่ยง และผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย
1) ผู้จำหน่ายในร้านค้า/ร้านชำ มีองค์ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพครบ 3 ข้อ
2) ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมีความรู้เกี่ยวกับยากลุ่มเสี่ยงและผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย

 

1.5 มีการพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค
มีการพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค เช่น อสม, ครู/นักเรียน อย.น้อย, ผู้ประกอบการร้านค้า, แผงลอยจำหน่ายอาหาร, ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, เครือข่ายเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานคุ้มครองผู้บริโภคในระดับอำเภอ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

แผนการดำเนินงานประจำปี/สรุปผลงานหรือหลักฐานการดำเนินงาน
สัมภาษณ์เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค
1) มีการจัดอบรมให้แก่กลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่
1.1) นักเรียน
1.2) ผู้ประกอบการ
1.3) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
1.4) เครือข่าย คบส.

 

1.6 เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา
เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคที่สอดคล้องกับ OTOP
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

แผนการดำเนินงานประจำปี/สรุปผลงานหรือหลักฐานการดำเนินการ
สัมภาษณ์เครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค
1) มีโครงการหรือกิจกรรมเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาด้าน คบส. ในพื้นที่จำนวน 2 กลุ่มขึ้นไป
2) การมีส่วนร่วมของเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค
3) ประเด็นการแก้ไขปัญหาสอดคล้องกับ OTOP

4.7 ระบบสนับสนุนบริการ

 

4.7.1.ระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสุขภาพ (54)  ( 53 คะแนน)

 

ส่วนที่ 1 : ระบบคุณภาพข้อมูล (20)  ( 19 คะแนน)

 

1.1 การจัดการระบบบันทึกข้อมูล (10)
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลบริการของ รพ.สต. มีประสิทธิภาพและปรับปรุงเป็นปัจจุบัน
1) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลบริการของ รพ.สต.มีประสิทธิภาพและปรับปรุงเป็นปัจจุบัน
บันทึกข้อมูลบริการ (OP) ขณะให้บริการหรือบันทึกเสร็จสิ้นภายในวันที่ให้บริการ โดยสุ่มข้อมูลบริการ (ตุลาคม 2561 - สิ้นเดือนก่อนการประเมิน) และตรวจนับร้อยละการบันทึกข้อมูลจากตาราง visit ของ JHCIS หรือตาราง visit ของ HOSXP PCU
1) ต่ำกว่าร้อยละ 70 = 2 คะแนน
2) ร้อยละ 70-74 = 3 คะแนน
3) ร้อยละ 75-79 = 4 คะแนน
4) ร้อยละ 80-84 = 5 คะแนน
5) ร้อยละ 85-89 = 6 คะแนน
6) ร้อยละ 90-94 = 7 คะแนน
7) มากกว่าร้อยละ 95 = 8 คะแนน

1.2 การตรวจสอบและการจัดส่งข้อมูล (5)
มีการจัดส่งข้อมูล 43 แฟ้ม สม่ำเสมอ
1) ส่งข้อมูล 1 ครั้งต่อเดือน = 1 คะแนน
2) ส่งข้อมูล 1 ครั้งต่อสัปดาห์ = 2 คะแนน
3) ส่งข้อมูลทุกวันทำการ (จันทร์-ศุกร์) = 3 คะแนน

มีการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลก่อนส่งให้อำเภอ/จังหวัดอย่างต่อเนื่อง มีเอกสารหรือ Electronic file ในการตรวจสอบข้อมูล
1) ไม่มีการตรวจสอบ = 0 คะแนน
2) มีการตรวจสอบแต่ไม่มีเอกสาร = 1 คะแนน
3) มีการตรวจสอบและมีหลักฐานประกอบ = 2 คะแนน

 

1.3 คุณภาพของข้อมูล (5)
ข้อมูล 43 แฟ้ม ผ่านการตรวจคุณภาพด้วยโปรแกรม OPPP-2010 (ตุลาคม 2561- ปัจจุบัน)
***สุ่มตรวจ 1 เดือน (ตุลาคม 2561 - สิ้นเดือนก่อนการประเมิน
1) น้อยกว่าร้อยละ 60 = 1 คะแนน
2) ร้อยละ 60-69 = 2 คะแนน
3) ร้อยละ 70-79 = 3 คะแนน
4) ร้อยละ 80-89 = 4 คะแนน
5) ร้อยละ 90-100 = 5 คะแนน

ส่วนที่ 2 : ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (18)  ( 18 คะแนน)
มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงพอต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนใน รพ.สต. และพรั้อมใช้งาน ทั้งคอมพิวเตอร์ Notebook และ PC (ไม่รวมเครื่องส่วนตัว) โดยประเมินจากสัดส่วนเจ้าหน้าที่ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่นับรวมเครื่องแม่ข่าย
1) น้อยกว่า 1 : 0.5 = 1 คะแนน
2) 1 : 0.50 - 0.59 = 2 คะแนน
3) 1 : 0.60 - 0.69 = 3 คะแนน
4) 1 : 0.70 - 0.79 = 4 คะแนน
5) 1 : 0.80 - 0.89 = 5 คะแนน

มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดเก็บข้อมูลเฉพาะ
1) มีเครื่อง PC หรือ Notebook ที่สามารถรับระบบฐานข้อมูลได้ = 1 คะแนน
2) มีเครื่อง PC ที่สามารถรับระบบฐานข้อมูลได้ ใช้เฉพาะกับฐานข้อมูลและไม่ใช้งานอื่น = 2 คะแนน
3) มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) = 3 คะแนน

มีการสำรองฐานข้อมูลตามโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลบริการของ รพ.สต.
1) มีสำรองข้อมูลทุก 30 วัน = 1 คะแนน
2) มีสำรองข้อมูลทุก 15 วัน = 2 คะแนน
3) มีสำรองข้อมูลทุก 7 วัน = 3 คะแนน
4) มีสำรองข้อมูลทุกวัน = 4 คะแนน
5) มีสำรองข้อมูลทุกวันบนอุปกรณ์ และเก็บรักษาไว้ที่ปลอดภัย สามารถเรียกใช้ได้ = 5 คะแนน


มีระบบการดูแลบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์และแผนรองรับเมื่อเครื่องมีปัญหา
มีแผนการดูแลรักษา และแก้ไขปัญหา (Flow Chart)
1) ไม่มี = 0 คะแนน
2) มี = 1 คะแนน
มีโปรแกรม Antivirus ที่สามารถตรว0จับได้สำหรับเครื่อง Server ยกเว้นระบบปฏิบัติการ Linux
1) ไม่มี = 0 คะแนน
2) มี = 1 คะแนน
มีเครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ที่ใช้ได้สำหรับเครื่องแม่ข่าย
1) ไม่มี = 0 คะแนน
2) มี = 1 คะแนน
มีการพัฒนาทักษะด้านการบริหารจัดการระบบข้อมูลและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
1) ไม่มี = 0 คะแนน
2) มี = 1 คะแนน
มีระบบการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลในบริการข้อมูลสารสนเทศ
1) ไม่มี = 0 คะแนน
2) มี = 1 คะแนน

ส่วนที่ 3 : กลุ่มเป้าหมาย ปัญหาสุขภาพฯ (18)  ( 16 คะแนน)

 

3.1 มีข้อมูลสุขภาพที่เป็นปัญหาสำคัญในพื้นที่ตามประชากร 5 กลุ่มวัย
1) กลุ่มเด็กปฐมวัย (0-5 ปี)
2) กลุ่มเด็กวัยเรียน (5-14 ปี)
3) กลุ่มวัยรุ่น (15-20 ปี)
4) กลุ่มวัยทำงาน (21-59 ปี)
5) กลุ่มวัยผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)

 

3.2 ข้อมูลปัญหาตาม OTOP
1) ข้อมูลปัญหาตามประเด็นปัญหาสำคัญของพื้นที่ (OTOP)

 

3.3 มีฐานข้อมูลผู้รับบริการ (ครอบคลุมบริการหมวด 4)
1) OPD
2) ER
3) ANC
4) WCC
5) NCD (DM, HT, Stroke, CKD)
6) งานให้คำปรึกษา
7) ทันตสาธารณสุข/ทันตกรรม
8) แพทย์แผนไทย
9) COC/LTC
10) SRRT

 

4.7.2.การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IC) (65)  ( 65 คะแนน)

1. การออกแบบระบบและจัดการทรัพยากร (5)  ( 5 คะแนน)

 

1.1 มีพี่เลี้ยงระดับอำเภอและพยาบาล IC (3)
มีพี่เลี้ยงระดับอำเภอและพยาบาลผู้รับผิดชอบงานป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
*** กรณี รพ.สต.ลูกข่าย ไม่มี RN ให้ รพ.สต.แม่ข่าย หรือ พยาบาลควบคุมการติดเชื้อโรงพยาบาลเป็นผู้รับผิดชอบร่วมได้ โดยให้ มีคำสั่งแต่งตั้งว่าเป็นผู้รับผิดชอบ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มีการมอบหมายงานพยาบาลวิชาชีพเป็นผู้รับผิดชอบงาน
การอบรมฟื้นฟูความรู้อย่างน้อย 1 วัน (นับย้อนตั้งแต่วันที่ตรวจประเมิน)
การอบรมความรู้มีหลักฐาน มีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หนังสือเชิญรับการอบรม รูปภาพการอบรม เอกสารการอบรม
1) มีพี่เลี้ยงระดับอำเภอด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อใน รพ.สต. (ICN)
2) มีพยาบาลวิชาชีพเป็นผู้รับผิดชอบงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อใน รพ.สต. (ICWN)
3) พยาบาลผู้รับผิดชอบงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อใน รพ.สต. (ICWN) ได้รับการอบรมฟื้นฟูความรู้ ด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

1.2 คู่มือการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (2)
คู่มือหรือแนวทางการปฏิบัติจัดทำในรูปของคณะกรรมการดำเนินงานด้านการป้องกันและควบุคมการติดเชื้อภาพรวม ของ CUP นั้นๆ และจัดทำภายใน 5 ปี
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มีระเบียบปฏิบัติ/คู่มือ/แนวทางที่เป็นปัจจุบัน จัดทำไม่เกิน 5ปี
สอบถามเจ้าหน้าที่ 1-2 คน ลูกจ้าง 1 คน เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติด้าน IC ที่มีในคู่มือ เช่น การล้างมือ การปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การคัดแยกขยะ และอื่นๆ
1) มีคู่มือหรือแนวทางการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อใน รพ.สต.
2) คู่มือหรือแนวทางการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อใน รพ.สต.ได้รับการปรับปรุงภายใน 5 ปี

2. การดำเนินงาน (38)  ( 38 คะแนน)

 

2.1 ระบบการเฝ้าระวัง (5)

กลุ่มเป้าหมาย    หมายถึง การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับ OTOP และปัญหาสุขภาพของผู้รับบริการ ตามบริบทของ รพ.สต.นั้นๆ และมี การดำเนินการเฝ้าระวังการติดเชื้อทั้งใน รพ.สต. และในชุมชน

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มีแนวทางการคัดกรองผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ มีการจัดบริเวณคัดแยกผู้ป่วย/ผู้สงสัยที่อาจแพร่กระจาย เชื้อได้เหมาะสม
มีระบบการดูแลผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อใน รพ.สต. และในชุมชน
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย แต่ไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
3) มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
4) 4.1 มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
4.2 และมีผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย แต่ไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
5) 5.1 มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
5.2 และมีผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
6) 6.1 มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
6.2 มีผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อผู้ป่วย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายสำคัญ
6.3 และมีระบบการดูแลผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อใน รพ.สต. และในชุมชน

 

2.2 การตรวจสุขภาพบุคลากรประจำปี (5)

*การตรวจสุขภาพประจำปี    หมายถึง กิจกรรมการตรวจประเมินสุขภาพ โดยที่ผู้รับการตรวจยังไม่มีอาการผิดปกติ ยังอยู่ในภาวะที่ร่างกายยังปกติ และผู้ป่วยรู้สึกว่าร่างกายยังสมบูรณ์ เป็นการตรวจที่ทำในทุกๆปี ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นการตรวจที่ประกอบด้วย การสัมภาษณ์/สอบถาม ประวัติอาการ และประวัติทางการแพทย์ต่างๆ การตรวจร่างกายโดยละเอียด การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น

*การวิเคราะห์การตรวจสุขภาพ    หมายถึง การวิเคราะห์จากผลการตรวจสุขภาพประจำปี แล้วแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มดี กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ดูแผนการตรวจสุขภาพ
ดูผลการตรวจสุขภาพประจำปีของเจ้าหน้าที่เฉพาะราย
ผลการตรวจสุขภาพ
แผนการดูแลบุคลากรกลุ่มดี กลุ่มเสี่ยง กลุ่มป่วย
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปี แต่ไม่ครบ 100%
3) บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปี ครบ 100%
4) 4.1 บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปี ครบ 100%
4.2 และมีผลวิเคราะห์การตรวจสุขภาพ
5) 5.1 บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปี ครบ 100%
5.2 มีผลวิเคราะห์การตรวจสุขภาพ
5.3 และมีแผนการดูแลสุขภาพบุคลากรกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย
6) 6.1 บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปี ครบ 100%
6.2 มีผลวิเคราะห์การตรวจสุขภาพ
6.3 มีแผนการดูแลสุขภาพบุคลากรกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วย
6.4 และบุคลากรกลุ่มป่วยได้รับการดูแลรักษาและปรับเปลี่ยนงานตามความเหมาะสม

 

2.3 การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (5)
มีการดำเนินการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็นแก่บุคลากร เช่น วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และวัคซีนที่ป้องกันกันโรคระบาดตามการระบาดของ แต่ละพื้นที่

*บุคลากรกลุ่มเสี่ยง    หมายถึง กลุ่มที่มีการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่งที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ประเมินจากทะเบียนรายงานการฉีดวัคซีนรอบปีปฏิทิน
การฉีดวัคซีนตามการระบาดของโรคในพื้นที่ (ให้กระตุ้นตามความเหมาะสม เช่น คอตีบ) หรือ
การสอบถามเจ้าหน้าที่หรือ
สมุดบันทึกการตรวจสุขภาพประจำปี
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) บุคลากรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็นตามนโยบายกระทรวง ร้อยละ 51 - 60
3) บุคลากรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็นตามนโยบายกระทรวง ร้อยละ 61 - 70
4) บุคลากรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็นตามนโยบายกระทรวง ร้อยละ 71 - 80
5) บุคลากรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็นตามนโยบายกระทรวง ร้อยละ 81 ขึ้นไป
6) 6.1 บุคลากรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่จำเป็นตามนโยบายกระทรวง ร้อยละ 81 ขึ้นไป
6.2 บุคลากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการให้วัคซีนตามความเหมาะสม

 

2.4 แนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือสัมผัสเลือด/สารคัดหลั่ง (5)

*แนวทางการปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่ง    หมายถึง แนวทางที่กำหนด แนวทางการปฏิบัติเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับอุบัติเหตุจากเข็มทิ่มแทง เช่น ใบมีดผ่าตัด เข็มฉีดยาที่ใช้กับผู้ป่วยแล้ว หรือแนวทางการปฏิบัติเมื่อเลือดหรือสารคัดหลั่งกระเด็นเข้าตา จมูก หรือผิวหนังสัมผัสเลือด หรือสารคัดหลั่ง เป็นต้น

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ดูโปสเตอร์/ป้ายแนวทาง ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือด และสารคัดหลั่งแก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทุกระดับใน รพ.สต.
สุ่มถามบุคลากร 1 คน
รายงานการเกิดอุบัติเหตุเมื่อเกิดอุบัติเหตุตามแนวทางที่ CUP กำหนด
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) มีการติดป้ายประกาศ/โปสเตอร์แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือด/สารคัดหลั่งขณะปฏิบัติงาน ในบริเวณที่มองเห็นชัดเจน
3) มีการติดป้ายประกาศ/โปสเตอร์แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือด/สารคัดหลั่งขณะปฏิบัติงาน ในบริเวณที่มองเห็นชัดเจน
และครอบคลุมจุดเสี่ยง/จุดบริการและมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากร
4) มีการติดป้ายประกาศ/โปสเตอร์แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือด/สารคัดหลั่งขณะปฏิบัติงาน ในบริเวณที่มองเห็นชัดเจน ครอบคลุมจุดเสี่ยง/จุดบริการและมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากร
และบุคลากรรับทราบ แต่อธิบายแนวทางปฏิบัติไม่ถูกต้อง
5) มีการติดป้ายประกาศ/โปสเตอร์แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือด/สารคัดหลั่งขณะปฏิบัติงาน ในบริเวณที่มองเห็นชัดเจน ครอบคลุมจุดเสี่ยง/จุดบริการและมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากร
และบุคลากรรับทราบ สามารถอธิบายแนวทางปฏิบัติได้ถูกต้อง
6) มีการติดป้ายประกาศ/โปสเตอร์แนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุสัมผัสเลือด/สารคัดหลั่งขณะปฏิบัติงาน ในบริเวณที่มองเห็นชัดเจน ครอบคลุมจุดเสี่ยง/จุดบริการและมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากร
บุคลากรรับทราบ สามารถอธิบายแนวทางปฏิบัติได้ถูกต้อง
เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีการบันทึกและรายงานตามแนวทางปฏิบัติ

 

2.5 ป้าย/โปสเตอร์แสดงขั้นตอนการทำความสะอาดมือ(5)
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

มีป้ายแสดงขั้นตอนการล้างมือ
สุ่มบุคลากร 1 คนตอบคำถาม
สุ่มบุคลากร 1 คน สาธิตการล้างมือได้ถูกต้องไม่เน้นว่าเป็นพยาบาล
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) มีการติดป้าย/โปสเตอร์ แสดงขั้นตอนการทำควาสะอาดมือและ 5 moment แต่อุปกรณ์ล้างมือไม่เพียงพอ ไม่พร้อมใช้
3) มีการติดป้าย/โปสเตอร์ แสดงขั้นตอนการทำควาสะอาดมือและ 5 moment และอุปกรณ์ล้างมือเพียงพอ พร้อมใช้
4) 4.1 มีการติดป้าย/โปสเตอร์ แสดงขั้นตอนการทำควาสะอาดมือและ 5 moment และอุปกรณ์ล้างมือเพียงพอ พร้อมใช้
4.2 และมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากรรับทราบ
5) 5.1 มีการติดป้าย/โปสเตอร์ แสดงขั้นตอนการทำควาสะอาดมือและ 5 moment และอุปกรณ์ล้างมือเพียงพอ พร้อมใช้
5.2 และมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากรรับทราบ แต่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง
6) 6.1 มีการติดป้าย/โปสเตอร์ แสดงขั้นตอนการทำควาสะอาดมือและ 5 moment และอุปกรณ์ล้างมือเพียงพอ พร้อมใช้
6.2 และมีการสื่อสารถ่ายทอดแก่บุคลากรรับทราบ และสามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง

 

2.6 การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (5)

*อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล    หมายถึง สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่สวมลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหรือหลายส่วนรวมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน อันตรายให้แก่อวัยวะส่วนนั้นๆ ไม่ให้ต้องประสบอันตรายจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด คือ เป็นการป้องกันอันตรายจากสภาวะแวดล้อมในการทำงาน

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สังเกตภาพหรือป้ายแสดงขั้นตอนการสวมและถอดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
สุ่มบุคลากร 1 คน ให้สาธิตและตอบคำถามการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
ภาพการให้ความรู้เกี่ยวกับการสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) มีการติดโปสเตอร์การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล แต่อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ไม่พร้อมใช้
3) มีการติดโปสเตอร์การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และมีอุปกรณ์เพียงพอ พร้อมใช้
4) 4.1 มีการติดโปสเตอร์การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และมีอุปกรณ์เพียงพอ พร้อมใช้
4.2 และมีการจัดเก็บในสถานที่เหมาะสม
5) 5.1 มีการติดโปสเตอร์การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และมีอุปกรณ์เพียงพอ พร้อมใช้
5.2 มีการจัดเก็บในสถานที่เหมาะสม
5.3 และมีการถ่ายทอดแก่บุคลากรรับทราบ สามารถใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลได้ แต่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง
6) 6.1 มีการติดโปสเตอร์การใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และมีอุปกรณ์เพียงพอ พร้อมใช้
6.2 มีการจัดเก็บในสถานที่เหมาะสม
6.3 และมีการถ่ายทอดแก่บุคลากรรับทราบ สามารถใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลได้ถูกต้องเหมาะสม

 

2.7 การจัดแบ่งพื้นที่ใน รพ.สต. (5)

*การจัดแบ่งพื้นที่ใน รพ.สต.    หมายถึง การแบ่งพื้นที่ในการให้บริการ แบ่งเป็นพื้นที่สะอาด และพื้นที่ปนเปื้อน และการจัดแบ่งพื้นที่ในการให้บริการเฉพาะผู้ป่วย กลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อใน รพ.สต. เช่น ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยวัณโรค เป็นต้น

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สุ่มถาม
ตรวจสอบสถานที่จริง
ป้ายสื่อสารการปฏิบัติ กรณีโรคติดต่อที่ต้องแยกพื้นที่ เช่น โรควัณโรค, ไข้หวัดนก, คอตีบ เป็นต้น
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) มีแนวทางการจัดการพื้นที่ เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อปรากฎในคู่มือ
3) 3.1 มีแนวทางการจัดการพื้นที่ เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อปรากฎในคู่มือ
3.2 และมีการสื่อสารแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
4) 4.1 มีแนวทางการจัดการพื้นที่ เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อปรากฎในคู่มือ
4.2 มีการสื่อสารแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
4.3 และบุคลากรทราบแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
5) 5.1 มีแนวทางการจัดการพื้นที่ เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อปรากฎในคู่มือ
5.2 มีการสื่อสารแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
5.3 บุคลากรทราบแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
5.4 และมีการจัดแบ่งพื้นที่การดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อ/โรคระบาดที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อใน รพ.สต.
6) 6.1 มีแนวทางการจัดการพื้นที่ เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อปรากฎในคู่มือ
6.2 มีการสื่อสารแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
6.3 บุคลากรทราบแนวทางการจัดการพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
6.4 มีการจัดแบ่งพื้นที่การดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อ/โรคระบาดที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อใน รพ.สต.
6.5 และมีการจัดแบ่งพื้นที่เขตสะอาดและเขตปนเปื้อนใน รพ.สต. เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

 

2.8 มีเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อตามมาตรฐาน (3)
บุคลากรใน รพ.สต.ทราบแนวทางการทำลายเชื้อและปฏิบัติตามแนวทางการทำลายเชื้อ/ทำให้ปราศจากเชื้อในอุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ได้ตามมาตรฐาน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สอบถามเจ้าหน้าที่/ลูกจ้าง 1-2 คน เกี่ยวกับแนวทางการทำลายเชื้อและปฏิบัติตามแนวทางการทำลายเชื้อ/ทำให้ปราศจากเชื้อ ในอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์
1) มีเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อที่เพียงพอต่อการใช้งาน
2) มีการจัดเก็บที่ป้องกันการปนเปื้อน การจัดเก็บ First In First Out ถูกต้อง
3) ไม่พบของหมดอายุ

3. การจัดการมูลฝอยทุกชนิดอย่างถูกสุขลักษณะ
มีการคัดแยกมูลฝอยตามประเภทของมูลฝอย ได้แก่ มูลฝอยทั่วไป มูลฝอยอินทรีย์ มูลฝอยอันตราย และนำไปกำจัดตาม มาตรฐานที่หน่วยงานกำหนด
1) ไม่มี = 0 คะแนน
2) มี = 1 คะแนน

4. การจัดการมูลฝอยติดเชื้อ (21)  ( 21 คะแนน)

หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

เอกสารที่เกี่ยวข้อง
สังเกต สอบถาม/สัมภาษณ์

รพ.สต.มีการประเมินมาตรฐานการจัดการมูลฝอยติดเชื้อตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ.25545 ใน 6 หัวข้อคือ

4.1 บุคลากร (2)
1) มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดูแลระบบการเก็บ ขน และกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ ซึ่งได้รับการอบรมหลักสูตรการป้องกันและ ระงับการแพร่เชื้อหรืออันตรายที่อาจเกิดจากมูลฝอยติดเชื้อตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขแล้ว
2) ผู้ปฏิบัติงานมูลฝอยติดเชื้อได้รับการอบรมหลักสูตรการป้องกันและระงับการแพร่เชื้อหรืออันตรายที่อาจ เกิดจากมูลฝอยติดเชื้อตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข หรือได้รับการถ่ายทอดความรู้เรื่องการป้องกันและระงับ การแพร่เชื้อหรืออันตรายที่อาจเกิดจากมูลฝอยติดเชื้อ

 

4.2 การคัดแยกมูลฝอยติดเชื้อ (2)
1) มีการแยกมูลฝอยติดเชื้อออกจากมูลฝอยอื่นๆ ณ แหล่งกำเนิด
2) มีการแยกมูลฝอยติดเชื้อ ระหว่างวัสดุของมีคม และวัสดุของไม่มีคม

 

4.3 การเก็บรวบรวมมูลฝอยติดเชื้อ (6)
1) ภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อประเภทวัสดุของมีคม มีลักษณะเป็นกล่องหรือถังที่ทำด้วยวัสดุแข็งแรง ทนทานต่อการแทงทะลุและการกัดกร่อนของสารเคมี มีฝาปิดมิดชิด และป้องกันการรั่วไหลของของเหลวภายในได้
2) มูลฝอยติดเชื้อประเภทวัสดุของมีคม ต้องบรรจุไม่เกิน 3 ใน 4 ส่วนของภาชนะบรรจุ
3) ภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ ประเภทวัสดุของไม่มีคม มีลักษณะเป็นถุงสีแดงทึบแสง ทำจากพลาสติกหรือวัสดุอื่น ที่มีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่าย ทนทานต่อสารเคมีและการรับน้ำหนัก กันน้ำได้ ไม่รั่วซึมและไม่ดูดซึม
4) มูลฝอยติดเชื้อประเภทวัสดุของไม่มีคม ต้องบรรจุไม่เกิน 2 ใน 3 ส่วนของถุงและมัดปากถุงด้วยเชือกหรือวัตถุอื่นให้แน่น
5) มีเครื่องหมายและคำเตือนที่บ่งบอกให้บุคคลทั่วไปทราบว่าเป็นภาชนะบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ
6) ภาชนะสำหรับบรรจุมูลฝอยติดเชื้อ (ถุงแดงและกล่องใส่มูลฝอยติดเชื้อ) มีการใช้งานเพียงครั้งเดียว และทำลายพร้อมกับการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ

 

4.4 การเคลื่อนย้ายมูลฝอยติดเชื้อ (4)
1) ผู้ปฏิบัติงานเคลื่อนย้ายมูลฝอยติดเชื้อ สวมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ประกอบด้วยถุงมืออย่างหนา ผ้ากันเปื้อน ผ้าปิดปาก-ปิดจมูก และรองเท้าพื้นยางหุ้มแข็ง ในขณะปฏิบัติงาน
2) ใช้ภาชนะรองรับมูลฝอยติดเชื้อ เวลาเคลื่อนย้าย
3) มีการเคลื่อนย้ายภาชนะมูลฝอยติดเชื้อไปเก็บกักที่พักรวมทุกวัน
4) มีการทำความสะอาดภาชนะรองรับและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานทุกวัน ในบริเวณที่จัดไว้เฉพาะและน้ำเสียที่เกิดจาก การล้างทำความสะอาดมีการระบายลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย เช่น บ่อเกรอะ บ่อซึม ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป เป็นต้น

 

4.5 บริเวณที่พักภาชนะมูลฝอยติดเชื้อ (5)
1) แยกเป็นสัดส่วนเฉพาะ ไม่อับชื้น
2) ไม่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เก็บเครื่องมือ อุปกรณ์ในการรักษา สถานที่ประกอบ ปรุง เก็บหรือสะสมอาหาร
3) ภาชนะรองรับมูลฝอยติดเชื้อ พื้นผิวเรียบ ทำความสะอาดง่าย ไม่รั่วซึม มีฝาปิดมิดชิด
4) ภาชนะรองรับมูลฝอยมีความจุเพียงพอ
4) มีข้อความแสดงซึ่งมีขนาดและสีที่สามารถเห็นได้ชัดเจนว่า "ที่พักรวมมูลฝอยติดเชื้อ"

 

4.6 การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ (2)
1) มีหนังสือ/เอกสารแสดงชื่อหน่วยงานที่รับมูลฝอยติดเชื้อไปกำจัด และแสดงชื่อสถานที่กำจัดที่เชื่อได้ว่า มีการนำมูลฝอยติดเชื้อไปกำจัดด้วยวิธีที่ถูกต้อง
2) ภาชนะรวบรวมมูลฝอยติดเชื้อสำหรับส่งกำจัดที่โรงพยาบาลต้องมีลักษณะดังนี้
เป็นภาชนะที่มีพื้นและผนังทึบ ทำความสะอาดง่าย มีฝาปิดมิดชิด ป้องกันการรั่วไหลของของเหลวภายในได้ และมีระบบป้องกันการตกหล่นในระหว่างการเคลื่อนย้าย
ด้านข้างภาชนะมีข้อความว่า "ภาชนะรวบรวมมูลฝอยติดเชื้อ ห้ามปิด ห้ามนำไปใช้ในกิจการอื่น"

 

4.7.3. ระบบคุณภาพและมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ (LAB) (40)  ( 39 คะแนน)

1. บุคลากร (12)  ( 11 คะแนน)

 

1.1 มีการมอบหมายหน้าที่ผู้รับผิดชอบหลักและรองด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

คำสั่งมอบหมายการปฏิบัติงานผู้รับผิดชอบหลักและรอง ต้องระบุให้ชัดเจนว่าทำหน้าที่ตรวจวิเคราะห์รายการทดสอบใด และเป็นปัจจุบัน
1) ไม่มีคำสั่งมอบหมาย
2) มีคำสั่งมอบหมายผู้ปฏิบัติหลัก
3) มีคำสั่งมอบหมายผู้ปฏิบัติหลักและรอง
4) มีคำสั่งมอบหมายผู้ปฏิบัติหลัก,รอง และบุคลากรอื่นแต่ไม่ครบทุกคนที่ปฏิบัติงานจริง
5) มีคำสั่งมอบหมายผู้ปฏิบัติงานที่ทำการตรวจวิเคราะห์จริงครบทุกคน

 

1.2 ผู้ปฏิบัติงานตรวจทางห้องปฏิบัติการ ต้องผ่านการอบรม
ผู้มีหน้าที่ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทุกคน ต้องมีหลักฐานการได้ฝึกอบรมจาก รพ.พี่เลี้ยง หรือผู้ตรวจวิเคราะห์สามารถ รับการฝึกอบรมจากผู้รับผิดชอบหลักใน รพ.สต.ที่ผ่านการฝึกอบรมได้ โดยมีหลักฐานการฝึกอบรม มีใบประกาศ/เอกสารบันทึก การสอนหน้างาน (Onthe job training) ผู้ที่จะทำหน้าที่สอนหน้างานควรเป็นบุคลากรที่รับผิดชอบงานเทคนิคการแพทย์ของ รพ. ที่เป็นพี่เลี้ยง โดยได้รับการอบรมครอบคลุมรายการทดสอบที่ให้บริการ (ดูหลักฐานจากการให้บริการในรอบ 1 ปีย้อนหลัง นับจากวันประเมิน)
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

หลักฐานการอบรม/สอน
1) ไม่มีใบประกาศหรือบันทึกการอบรม
2) ไม่มีใบประกาศหรือบันทึกการอบรมของผู้ปฏิบัติงานหลัก มีเฉพาะบันทึกการอบรมผู้ปฏิบัติงานจริงน้อยกว่า 50% ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในคำสั่งมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
3) มีใบประกาศหรือบันทึกการอบรมของผู้ปฏิบัติงานหลัก รวมทั้งของผู้ปฏิบัติงานจริงน้อยกว่า 50% ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในคำสั่งมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
4) มีใบประกาศหรือบันทึกการอบรมของผู้ปฏิบัติงานหลัก,รอง รวมทั้งของผู้ปฏิบัติงานจริงมากกว่า 50% ของจำนวนผู้ปฏิบัติงานในคำสั่งมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ
5) มีใบประกาศ/บันทึก การอบรมของผู้ปฏิบัติทุกคน

 

1.3 มีที่ปรึกษาทางวิชาการ
มีที่ปรึกษาทางวิชาการ เช่น นักเทคนิคการแพทย์หรือเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ของโรงพยาบาลทุติยภูมิ/ตติยภูมิ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

คำสั่งแต่งตั้ง และมีหลักฐานการรับคำปรึกษาจากพี่เลี้ยง สามารถคัดลอกข้อความการรับคำปรึกษาจากโทรศัพท์/line/facebook ได้
1) ไม่มี
2) มีคำสั่งแต่งตั้ง แต่ไม่มีบันทึกการขอรับคำปรึกษา หรือมีบันทึกการขอคำปรึกษาแต่ไม่ได้ทำคำสั่ง
3) 3.1 มีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษา
3.2 มีหลักฐานการขอรับคำปรึกษาครบทุกช่องทางที่ปรึกษาจริง และเป็นปัจจุบัน
3.3 ผู้รับผิดชอบหลักและรอง ไม่ลงลายมือชื่อรับทราบคำปรึกษา
4) 4.1 มีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษา
4.2 มีหลักฐานการขอรับคำปรึกษาครบทุกช่องทางที่ปรึกษาจริง และเป็นปัจจุบัน
4.3 ผู้รับผิดชอบหลักและรอง ลงลายมือชื่อรับทราบคำปรึกษาไม่ครบทุกคน
5) 5.1 มีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษา
5.2 มีหลักฐานการขอรับคำปรึกษาครบทุกช่องทางที่ปรึกษาจริง และเป็นปัจจุบัน
5.3 ผู้รับผิดชอบหลักและรอง ลงลายมือชื่อรับทราบคำปรึกษาครบทุกคน

2. สถานที่ทำการทดสอบ/พื้นที่ปฏิบัติงาน (8)  ( 7 คะแนน)

 

2.1 พื้นที่ปฏิบัติงาน
มีพื้นที่ปฏิบัติงานเพียงพอ มีการแยกพื้นที่ห้องทำงานจากพื้นที่ปฏิบัติการ
พื้นที่ตรวจปัสสาวะ ควรเป็นสัดส่วนไม่ตรวจที่หน้าห้องน้ำ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สังเกต,สอบถาม
1) ไม่ได้จัดพื้นที่ปฏิบัติงาน LAB
2) ใช้พื้นที่ตรวจวิเคราะห์ร่วมกับงานอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน
3) ใช้พื้นที่เดียวกันกับงานอื่นแต่สลับเวลาใช้งานหรือจัดพื้นที่/ตั้งโต๊ะเฉพาะในวันที่ให้บริการ
4) แยกเป็นสัดส่วน มีใช้พื้นที่ร่วมกับงานอื่น บางส่วนเล็กน้อย
5) แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน สะอาด ไม่ร้อน ไม่ชื้น ไม่ใช้พื้นที่ร่วมกับงานอื่น

 

2.2 พื้นที่จัดวางเครื่องมือ
มีพื้นที่จัดวางเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นในการตรวจวิเคราะห์อย่างเหมาะสม
พื้นที่วางเครื่องปั่น Hematocrit เหมาะสม แข็งแรงมั่่นคง
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สังเกต,สอบถาม, ลองขยับ
1) ไม่ได้จัดพื้นที่วางเครื่องมือ
2) มั่นคง หรือไม่มั่นคง แต่ใช้พื้นที่ร่วมกับงานอื่น เมื่อจะใช้งานถึงจะยกเครื่องมือมาวาง
3) มีพื้นที่วางแต่ไม่มั่นคง
4) พื้นที่วางมั่นคง แต่สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสม เช่นมีความชื้น หรือแดดส่อง หรือเข้าไปใช้งานได้ยาก
5) จัดวางในพื้นที่มั่นคงเพียงพอพร้อมใช้งาน สิ่งแวดล้อมเหมาะสม

 

3. วัสดุ น้ำยาและเครื่องมือทดสอบ (40)  ( 40 คะแนน)

 

3.1 วัสดุน้ำยา
มีระบบการจัดเก็บวัสดุและชุดน้ำยาทดสอบ ในอุณหภูมิที่ถูกต้องตามเอกสารกำกับน้ำยา
1) วัสดุและชุดน้ำยาทดสอบจัดเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมทุกชิ้น
2) วัสดุและชุดน้ำยาทดสอบ 25% จัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม
3) วัสดุและชุดน้ำยาทดสอบ 50% จัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม
4) วัสดุและชุดน้ำยาทดสอบ 75% จัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม
5) วัสดุและชุดน้ำยาทดสอบจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมทุกชิ้น

มีการบันทึกหมายเลขการผลิต (Lot number) ระบุวันเริ่มใช้ วันหมดอายุของน้ำยา, วัสดุวิทยาศาสตร์ และตรวจสอบทุกครั้ง ที่มีการเปิดใช้น้ำยากล่องใหม่หรือขวดใหม่ก่อนทำการทดสอบและมีบันทึกในแบบบันทึกการตรวจวิเคราะห์ (work sheet)
แถบตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว, Tube Hematocrit แถบตรวจปัสสาวะ (Multiple urine test strip) มีการระบุวันเปิดใช้ วันหมดอายุบนขวดตามเอกสารกำกับน้ำยา Lot ปัจจุบัน
แถบตรวจปัสสาวะหาการตั้งครรภ์ (Urine pregnancy test strip) มีการระบุวันเปิดใช้ วันหมดอายุบนขวดตามเอกสารกำกับน้ำยา Lot ปัจจุบัน
1) มีหมดอายุ
2) ไม่ระบุ แต่ไม่หมดอายุ
3) มีการบันทึกครบถ้วน มีระบุไม่ครบทุกชิ้น หรือไม่ถูกต้องและไม่หมดอายุ
4) มีการบันทึกครบถ้วน มีระบุครบทุกชิ้น แต่ไม่ถูกต้องและไม่หมดอายุ
5) มีการบันทึกครบถ้วน มีระบุถูกต้องทุกชิ้น และไม่หมดอายุ

 

3.2 เครื่องมือทดสอบ
3.2.1 มีทะเบียนประวัติเครื่องมือ มีรายละเอียดที่สำคัญ เช่น ชื่อเครื่องมือ หมายเลขเครื่อง หรือหมายเลขครุภัณฑ์ วันที่รับ บริษัทที่จำหน่าย ราคา ผู้รับผิดชอบดูแลรักษา
1) ไม่มีทะเบียนเครื่องมือ
2) มีทะเบียนแต่ข้อมูลไม่ครบตามข้อกำหนด ทุกเครื่อง
3) มีทะเบียนและเครื่องมือ 50% มีข้อมูลครบตามข้อกำหนด
4) มีทะเบียนและเครื่องมือ 75% มีข้อมูลครบตามข้อกำหนด
5) มีทะเบียนเครื่องมือที่ข้อมูลครบตามข้อกำหนดทุกเครื่องและเป็นปัจจุบัน
3.2.2 มีแผนการสอบเทียบและบำรุงรักษาเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการหรือใช้แผนสอบเทียบรวมระดับอำเภอ
1) 1.1 ไม่มีแผนสอบเทียบเครื่องมือ
1.2 ไม่มีแผนบำรุงรักษาเครื่องมือ
2) 2.1 มีแผนสอบเทียบเครื่องมือ แต่ไม่ครบทุกเครื่อง และไม่ระบุรายละเอียดใดๆ ในแผน
2.2 ไม่มีแผนบำรุงรักษาเครื่องมือ
3) 3.1 มีแผนสอบเทียบเครื่องมือ แต่ไม่ครบทุกเครื่อง และไม่ระบุความถี่ หรือไม่ระบุจุดที่ต้องการสอบเทียบ
3.2 มีแผนบำรุงรักษาเครื่องมือ 50% ของประเภทเครื่องมือที่มีอยู่
4) 4.1 มีแผนสอบเทียบเครื่องมือครบทุกเครื่อง แต่ไม่ระบุจุดที่ต้องการสอบเทียบ หรือสอบเทียบไม่ตรงตามการใช้งานจริง
4.2 มีแผนบำรุงรักษาเครื่องมือมากกว่า 75% ของประเภทเครื่องมือที่มีอยู่
5) 5.1 มีแผนสอบเทียบ จุดที่ต้องการสอบเทียบตรงกับการใช้งานจริง พร้อมระบุความถี่ในการสอบเทียบครบทุกเครื่อง
5.2 มีแผนบำรุงรักษาเครื่องมือครบทุกประเภทเครื่องมือ
3.2.3 มีบันทึกการสอบเทียบและบำรุงรักษา "เครื่องปั่น Hematocrit"   ที่เป็นปัจจุบัน มีรายละเอียดจากการสอบเทียบ หรือสำเนาจากหน่วยงานที่สอบเทียบโดยสอบเทียบความเร็วรอบ และตัวตั้งเวลาของเครื่องปั่น ทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถ้าไม่มีการสอบเทียบตัวตั้งเวลาเมื่อใช้งานจริงต้องนำนาฬิกา ภายนอกชนิดมีสัญญาณเตือนที่ผ่านการสอบเทียบเวลาแล้วมาจับเวลาเสมอ
มีระบบสำรองแปรงถ่านสำรอง (carbon brush) หรือฟิวส์หรือมีระบบสำรองเครื่องมือที่พร้อมให้บริการในพื้นที่
1) 1.1 ไม่มีบันทึกผลการสอบเทียบ
1.2 ไม่มีผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ
1.3 ไม่มีระบบสำรอง
2) 2.1 มีบันทึกการสอบเทียบ แต่ผลการสอบเทียบไม่ผ่านและไม่มีการแก้ไข
2.2 ไม่มีผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ
2.3 ไม่มีระบบสำรอง
3) 3.1 มีบันทึกการสอบเทียบ ผลการสอบเทียบผ่านเกณฑ์ ความถี่ไม่ตรงตามกำหนดในแผน
3.2 มีผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ แต่ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่เป็นปัจจุบัน
3.3 มีระบบสำรอง
4) 4.1 มีบันทึกการสอบเทียบ ผลการสอบเทียบผ่านเกณฑ์ แต่ความถี่ไม่ตรงตามกำหนดในแผน
4.2 มีผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ เป็นปัจจุบันและสม่ำเสมอ มีหลักฐานเชิงประจักษ์
4.3 มีระบบสำรอง
5) 5.1 มีบันทึกการสอบเทียบ ผลการสอบเทียบผ่านเกณฑ์ ความถี่ตรงตามกำหนดในแผน
5.2 มีผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ เป็นปัจจุบันและสม่ำเสมอ มีหลักฐานเชิงประจักษ์
5.3 มีระบบสำรอง
3.2.4 มีบันทึกการสอบเทียบ "นาฬิกาจับเวลา"   ชนิดมีสัญญาณเตือนที่เป็นปัจจุบันที่มีรายละเอียดจากการสอบเทียบ หรือสำเนาจากหน่วยงาน ที่สอบเทียบ โดยสอบเทียบทุก 6 เดือน ตรงตามค่าที่ใช้งานสามารถทำการสอบเทียบเองได้โดยไม่ต้องใช้ใบรับรองจากองค์กรอื่น มีข้อมูลบันทึกครบถ้วน การสอบเทียบในแต่ละจุดใช้งานต้องจับเวลาอย่างน้อย จุดละ 3 ครั้ง เมื่อสอบเทียบแล้วจัดให้มีฉลากติด
1) ไม่มีบันทึกผลการสอบเทียบ
2) มีบันทึกผลการสอบเทียบ แต่จุดที่สอบเทียบไม่ตรงกับการใช้งานจริง ความถี่ไม่ตรงตามกำหนด และ สอบเทียบไม่ครบทุกเครื่องตามแผน
3) มีบันทึกผลการสอบเทียบ แต่จุดที่สอบเทียบไม่ตรงกับการใช้งานจริง ความถี่ไม่ตรงตามกำหนด หรือ สอบเทียบไม่ครบทุกเครื่องตามแผน
4) มีบันทึกผลการสอบเทียบจุดที่สอบเทียบตรงกับการใช้งานจริง แต่ความถี่ไม่ตรงตามกำหนด หรือสอบเทียบไม่ครบทุกเครื่องตามแผน
5) มีบันทึกผลการสอบเทียบจุดที่สอบเทียบตรงกับการใช้งานจริง ความถี่ตรงตามกำหนด ครบทุกเครื่องตามแผน
3.2.5 มีบันทึกการบำรุงรักษาเครื่อง Glucose meter   ที่เป็นปัจจุบันตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต และมีแบตเตอรี่สำรองพร้อมใช้งาน
1) ไม่มีบันทึกผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ และไม่มีแบตเตอรี่สำรอง
2) มีบันทึกผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ >= 25% ของจำนวนเครื่องที่มีอยู่ และไม่มีแบตเตอรี่สำรอง ในหน่วยงาน แต่สามารถจัดหาได้ทันต่อการใช้งาน
3) มีบันทึกผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ >= 50% ของจำนวนเครื่องที่มีอยู่ และไม่มีแบตเตอรี่สำรอง ในหน่วยงาน แต่สามารถจัดหาได้ทันต่อการใช้งาน
4) มีบันทึกผลการบำรุงรักษาเครื่องมือ >= 75% ของจำนวนเครื่องที่มีอยู่ และมีแบตเตอรี่สำรอง อย่างน้อย 1 ชุด
5) มีบันทึกผลการบำรุงรักษาเครื่องมือครบทุกเครื่องเป็นปัจจุบัน และมีแบตเตอรี่สำรอง อย่างน้อย 1 ชุด
3.2.6 อุปกรณ์การตรวจ Hematocrit   มีความพร้อมใช้งาน
Tube Hematocrit ชนิด Heparin (มีแถบคาดสีแดงที่ปลายหลอด
ดินน้ำมันสามารถใช้ดินน้ำมันชนิดธรรมดาได้ ไม่ใช้สีแดงหรือสีส้มหรือสีชมพู มีผิวหน้าเรียบ ให้สาธิตการใช้งานจริงและดูว่าน้ำส่วนบนใน Tube Hematocrit ไม่ลดระดับ
มีแผ่นสเกลอ่านค่า Hematocrit คมชัด ไม่จำเป็นต้องเป็นโลหะ
1) ไม่มีหรือ มีแต่ใช้งานไม่ได้ หลังปั่นอ่านพบน้ำส่วนบนลดระดับ
2) 2.1 แผ่นอ่านสเกลมีแต่ใช้งานยาก มองเส้นอ่านไม่ชัด
2.2 มี Tube Hematocrit ตามกำหนด
2.3 มีดินน้ำมันแต่ ใช้สีแดง/สีส้ม/สีชมพู
3) 3.1 แผ่นอ่านสเกลมีแต่ใช้งานยาก มองเส้นอ่านไม่ชัด
3.2 มี Tube Hematocrit ตามกำหนด
3.3 มีดินน้ำมันและ ไม่ใช้สีแดง/สีส้ม/สีชมพู
4) 4.1 แผ่นอ่านสเกลคมชัด
4.2 มี Tube Hematocrit ตามกำหนด
4.3 มีดินน้ำมันและ ไม่ใช้สีแดง/สีส้ม/สีชมพู
5) 5.1 แผ่นอ่านสเกลคมชัด และแข็งแรงไม่สามารถม้วน งอได้
5.2 มี Tube Hematocrit ตามกำหนด
5.3 มีดินน้ำมันและ ไม่ใช้สีแดง/สีส้ม/สีชมพู
3.2.7 มีอุปกรณ์เจาะเลือด เข็มเจาะปลายนิ้ว (Lancet)
ภาชนะใส่ผัสสาวะ สามารถใช้แบบถ้วยน้ำพลาสติกแบบไม่มีฝา ไม่ควรเป็นแบบกระดาษเคลือบไขและต้องตรวจทันที
1) ไม่มี หรือใช้เข็มฉีดยามาเจาะปลายนิ้ว
2) มีเป็น Lancet หรือเข็มเจาะปลายนิ้วโดยเฉพาะ
3.2.8 มีภาชนะใส่ปัสสาวะ (สะอาด, แห้ง, ใช้ครั้งเดียว)
1) ไม่มี
2) มี แต่ไม่สะอาด ไม่แห้ง
3) มี และ แห้ง สะอาด แต่ใช้ซ้ำ
4) มี และ แห้ง สะอาด ใช้ครั้งเดียว
5) มี และ แห้ง สะอาด มีฝาปิด และใช้ครั้งเดียว
4. ขั้นตอนก่อนการทดสอบ (12)  ( 12 คะแนน)

 

4.1 คู่มือการเก็บตัวอย่าง
มีคู่มือการเก็บตัวอย่างที่มี่รายละเอียดแสดงวิธีการเก็บตัวอย่างแต่ละชนิด ปริมาณตัวอย่าง เวลาที่เก็บ และกรณีไม่ได้ตรวจ ทันทีต้องมีวิธีการเก็บรักษาตัวอย่าง
ใช้คู่มือของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือของกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ได้
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มี
2) มีคู่มือที่จัดทำขึ้นเอง ไม่มีเอกสารอ้างอิง
3) คู่มือที่จัดทำขึ้นเอง มีเอกสารอ้างอิง แต่ไม่เป็นปัจจุบัน
4) มีคู่มือที่จัดทำโดยกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ แต่ไม่เป็นปัจจุบัน
5) มีคู่มือของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์หรือของกลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ที่เป็นปัจจุบัน

 

4.2 ใบส่งตรวจมีัรายละเอียดครบถ้วน
ใบส่งตรวจมีัรายละเอียดครบถ้วน ได้แก่ ชื่อ-สกุล, เลขประจำตัวผู้ป่วย (ถ้ามี), อายุ, เพศ รายการตรวจ, ผู้เก็บตัวอย่าง, ผู้สั่งตรวจ และหน่วยงานที่ส่งตรวจ กรณีตรวจวิเคราะห์เองไม่ต้องเขียนใบส่งตรวจ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มี
2) มีชื่อ-สกุล ผู้ป่วย แต่ไม่มีรายการตรวจ และไม่ระบุผู้สั่งตรวจ
3) มีชื่อ-สกุล ผู้ป่วย มีรายการตรวจ แต่ไม่ระบุผู้สั่งตรวจ
4) มีชื่อ-สกุล ผู้ป่วย มีรายการตรวจและผู้สั่งตรวจ
5) มีครบตามกำหนด หรือมีสั่งตรวจใน Family Folder

 

4.3 ฉลากติดภาชนะบรรจุตัวอย่าง
ฉลากติดภาชนะบรรจุตัวอย่าง ระบุ ชื่อ-สกุล, เลขประจำตัวผู้ป่วย(ถ้ามี), อายุ, เพศ, รายการตรวจ, ผู้เก็บตัวอย่าง, ผู้สั่งตรวจและหน่วยงานที่ส่งตรวจกรณีตรวจวิเคราะห์เอง
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มี
2) มีชื่อ-สกุล ผู้ป่วย แต่ไม่มีรายการตรวจ และไม่ระบุผู้สั่งตรวจ
3) มีชื่อ-สกุล ผู้ป่วย มีรายการตรวจ แต่ไม่ระบุผู้สั่งตรวจ
4) มีชื่อ-สกุล ผู้ป่วย มีรายการตรวจและผู้สั่งตรวจ
5) มีครบตามกำหนด หรือมีสั่งตรวจใน Family Folder

 

5. ขั้นตอนการทดสอบ (8)  ( 8 คะแนน)

 

5.1 คู่มือการทดสอบตัวอย่าง
มีคู่มือการทดสอบตัวอย่างครบทุกรายการที่เปิดให้บริการ เป็นคู่มือการตรวจวิเคราะห์หรือคู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจนอกจากของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว รพ.แม่ข่ายสามารถจัดทำขึ้นเองได้โดยนักเทคนิคการแพทย์ และต้องมีเอกสารกำกับ น้ำยาที่เป็นปัจจุบันอยู่ด้วยเสมอ
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มี
2) มีแต่ไม่ครบทุกการทดสอบ และ/หรือ ไม่เป็นปัจจุบัน
3) มีคู่มือทุกรายการที่เปิดให้บริการ แต่มี 2 รายการไม่ตรงกับเอกสารกำกับน้ำยา
4) มีคู่มือทุกรายการที่เปิดให้บริการ และเป็นปัจจุบันแต่มี 1 รายการ ไม่ตรงกับเอกสารกำกับน้ำยา
5) มีคู่มือทุกรายการที่เปิดให้บริการและเป็นปัจจุบันตรงกับเอกสารกำกับน้ำยา

 

5.2 ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในคู่มือ
ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในคู่มืออย่างเคร่งครัด
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

สุ่มบุคลากรผู้ได้รับมอบหมาย ให้สาธิตหรือบรรยายขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ทุกรายการทดสอบ
1) ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน หรือปฏิบัติไม่ถูกต้องทุกรายการ
2) ปฏิบัติตามขั้นตอนไม่ถูกต้อง 3 รายการทดสอบ
3) ปฏิบัติตามขั้นตอนไม่ถูกต้อง 2 รายการทดสอบ
4) ปฏิบัติตามขั้นตอนไม่ถูกต้อง 1 รายการทดสอบ
5) ปฏิบัติตามขั้นตอนถูกต้องทุกรายการทดสอบ

 

6. การประกันคุณภาพการทดสอบ (12)  ( 12 คะแนน)

 

6.1 มีการควบคุมภายใน
มีการควบคุมคุณภาพภายใน (Internal Quality Control : IQC) ควบคู่กับการทดสอบอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
ควรทำ IQC โดยบันทึกใน Worksheet การปฏิบัติงานประจำต่อจากผู้ป่วยโดยไม่ต้องแยกแบบฟอร์ม (ยกเว้น IQC ของ การตรวจน้ำตาลจากปลายนิ้ว)
การทดสอบ Hematocrit ให้ควบคุมปัจจัยนำเข้าและกระบวนการ (Input& Process) ตรวจวิเคราะห์แทนการส่งตัวอย่างเลือด ทำ IQC
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มีการทำ IQC ทุกรายการ
2) ทำ 1 รายการ และความถี่ไม่ได้ตามที่กำหนด
3) ทำ 2 รายการ และความถี่ไม่ได้ตามที่กำหนด
4) ทำ 3 รายการ ความถี่เดือนละ 1 ครั้ง หรือครบทุกการทดสอบแต่ความถี่ไม่ได้ตามที่กำหนด
5) ทำ IQC ทุกการทดสอบ ความถี่เดือนละ 1 ครั้ง

 

6.2 มีการควบคุมคุณภาพโดยองค์กรภายนอก
ควรมีการควบคุมคุณภาพโดยองค์กรภายนอก (External Quality Assessment : EQA) หรือเปรียบเทียบผลระหว่าง ห้องปฏิบัติการ (Inter-Lab)
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
มีการทำเปรียบเทียบผลระหว่างห้องปฏิบัติการ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง มีการสรุปผลเปรียบเทียบ มีบันทึกทบทวนผลการเปรียบเทียบ
กรณีที่ทำไม่ครบ 2 ครั้ง ต้องมีแผนรองรับ
1) ไม่มีการทำ EQA หรือ Inter-Lab
2) ทำ EQA หรือ Inter-Lab 2 รายการทดสอบ และทำ 1 ครั้ง/ปี
3) ทำ EQA หรือ Inter-Lab 2 รายการทดสอบ และทำ 2 ครั้ง/ปี หรือทำ 2,3 รายการทดสอบ และทำ 1 ครั้ง/ปี
4) ทำ EQA หรือ Inter-Lab 3 รายการทดสอบ และทำ 2 ครั้ง/ปี หรือครบทุกรายการทดสอบ แต่ทำ 1 ครั้ง/ปี
5) ทำ EQA หรือ Inter-Lab ทุกการทดสอบ และทำ 2 ครั้ง/ปี

 

6.3 มีการหาสาเหตุของปัญหา
กรณีที่พบว่าผลการควบคุมคุณภาพภายใน หรือการควบคุมคุณภาพโดยองค์กรภายนอกออกนอกเกณฑ์การยอมรับ ให้มีการหาสาเหตุของปัญหา ดำเนินการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ โดยปรึกษาร่วมกับพี่เลี้ยงและบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มีการดำเนินการ
2) มีบันทึกการหาสาเหตุไม่ครบถ้วน และทำการแก้ไขไม่ครบถ้วน
3) มีบันทึกการหาสาเหตุครบถ้วน แต่ทำการแก้ไขไม่ครบ
4) มีบันทึกการหาสาเหตและทำการแก้ไขครบถ้วน แต่ขาดมาตรการป้องกัน
5) มีบันทึกการหาสาเหตุ ดำเนินการแก้ไข และกำหนดมาตรการป้องกัน

 

7. การรายงานผลทดสอบ (8)  ( 8 คะแนน)

 

7.1 มีทะเบียนบันทึกผลการทดสอบ
มีทะเบียนบันทึกผลการทดสอบ จัดทำรายงานผลการทดสอบกรณีที่ทำการทดสอบได้เองและมีบันทึกการรายงานค่าวิกฤติ
มี Worksheet การทดสอบปัสสาวะ โดยบันทึกการอ่านปฏิกิริยาของแถบตรวจปัสสาวะ (Multiple Urine test strip), แถบตรวจปัสสาวะหาการตั้งครรภ์ Urine Pregnancy test strip) กรณีทะเบียนบันทึกผลการตรวจน้ำตาลปลายนิ้วไม่ได้ทำในรูปแบบ Worksheet ต้องสามารถทวนสอบได้ถึงวันที่ตรวจ, Lot number ของแถบตรวจ, วันหมดอายุ ชื่อผู้ทำการตรวจ และ ให้มีการลงลายมือชื่อผู้ตรวจ/ผู้ตรวจสอบรับรองรายงานผล กรณีไม่สามารถระบุชื่อผู้ตรวจได้ เช่น อสม. 2 คน ทำการตรวจ ต้อง ทวนสอบข้อมูลอื่นๆ ได้ ทั้งนี้ให้ดูหลักฐานการควบคุมกำกับ อสม. ของ รพ.สต. ในการเจาะปลายนิ้วตรวจน้ำตาลในเลือดด้วย
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) ไม่มีหลักฐานแสดง
2) 2.1 มีทะเบียนผลการทดสอบ 1 รายการ
2.2 มีหลักฐานการควบคุมกำกับ อสม. ในการเจาะปลายนิ้วตรวจน้ำตาลในเลือด
3) 3.1 มีทะเบียนผลการทดสอบ 2 รายการ
3.2 มีหลักฐานการควบคุมกำกับ อสม. ในการเจาะปลายนิ้วตรวจน้ำตาลในเลือด
4) 4.1 มีทะเบียนผลการทดสอบครบถ้วน ถูกต้อง 3 รายการ
4.2 มีหลักฐานการควบคุมกำกับ อสม. ในการเจาะปลายนิ้วตรวจน้ำตาลในเลือด
5) 5.1 มีทะเบียนผลการทดสอบครบถ้วน ถูกต้อง 4 รายการ
5.2 มีหลักฐานการควบคุมกำกับ อสม. ในการเจาะปลายนิ้วตรวจน้ำตาลในเลือด

 

7.2 มีทะเบียนบันทึกการส่งตรวจ
กรณีส่งตรวจต่อไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย ต้องมีระบบทะเบียนบันทึกการส่งตรวจและผลการตรวจ ใบรายงานผลการทดสอบ ซึ่งมีรายละเอียดของผู้ป่วย ผลการทดสอบ ชื่อผู้ทดสอบ วันที่ เวลาที่รายงานผล ผู้ตรวจสอบรับรองผลและลงนามกำกับ ไว้เป็นหลักฐาน เก็บสำเนารายงานผลการทดสอบไว้เพื่ออ้างอิงตามระยะเวลาที่กำหนดเก็บสำเนาผลการตรวจอย่างน้อย 5 ปี
หลักฐาน/แหล่งข้อมูล

ตรวจเอกสาร/สอบถาม
1) 1.1 ไม่มีทะเบียน และไม่สามารถค้นหาจากระบบได้
1.2 ไม่มีใบรายงานผล
2) 2.1 ใบรายงานมีข้อมูลไม่ครบถ้วน
2.2 ไม่มีลายมือชื่อและชื่อ สกุล ผู้วิเคราะห์/ผู้ตรวจสอบผล
3) 3.1 มีสำเนารายงานผลปีปัจจุบัน
3.2 ใบรายงานมีข้อมูลครบถ้วน
4) 4.1 ไม่มีทะเบียน แต่สามารถค้นหาจากระบบได้
4.2 ใบรายงานมีข้อมูลครบถ้วน
5) 5.1 มีทะเบียนการส่งต่อและมีผลการตรวจ
5.2 ใบรายงานมีข้อมูลครบถ้วน


กลุ่มงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบริการ   สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุทัยธานี
โทรศัพท์ :   0 5651 1565   ต่อ 304    โทรสาร.  0 5651 1327